น้ำที่หายไปจากสระดิน คือต้นทุนที่มองไม่เห็น
สระเก็บน้ำและอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรที่ขุดเป็นสระดินเปล่า จะสูญเสียน้ำอยู่สองทางตลอดเวลา ทางแรกคือการระเหยจากผิวน้ำซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางที่สองคือ การซึมลงดิน ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมได้ และในดินทรายหรือดินร่วนปนทรายมักเป็นสัดส่วนที่มากกว่าการระเหยเสียอีก
ผลที่ตามมาคือสระที่เติมน้ำเต็มในฤดูฝนกลับแห้งก่อนสิ้นฤดูแล้ง ทั้งที่คำนวณปริมาณน้ำไว้พอ เจ้าของแปลงต้องสูบน้ำเติมบ่อยขึ้น จ่ายค่าไฟหรือค่าน้ำมันเพิ่ม และในปีที่ฝนน้อยก็อาจไม่มีน้ำให้เติม การปู แผ่น HDPE กันซึม จึงเป็นการลงทุนที่คืนทุนจากน้ำที่ไม่หายไปเป็นหลัก
สระที่ปูแผ่นกันซึมแล้วจะเหลือการสูญเสียน้ำเพียงจากการระเหยตามธรรมชาติ ทำให้วางแผนการใช้น้ำตลอดฤดูแล้งได้แม่นยำขึ้นมาก
งานประเภทไหนที่เหมาะกับการปูแผ่นกันซึม
- สระน้ำในไร่นาและแปลงเกษตร ที่ต้องเก็บน้ำจากฤดูฝนไว้ใช้ตลอดฤดูแล้ง
- อ่างเก็บน้ำของฟาร์มและโรงงาน ที่ต้องมีน้ำสำรองสำหรับกระบวนการผลิต
- คลองส่งน้ำและรางส่งน้ำ ที่สูญเสียน้ำระหว่างทางก่อนถึงแปลง
- สระเก็บน้ำในพื้นที่ดินทราย ดินลูกรัง หรือพื้นที่ที่มีชั้นหินแตก ซึ่งซึมน้ำเร็วเป็นพิเศษ
- บ่อพักน้ำในระบบชลประทานขนาดเล็ก ที่ต้องคุมระดับน้ำให้คงที่
เลือกความหนาอย่างไรให้พอดีกับงาน
งานเก็บน้ำสะอาดไม่ต้องการความทนสารเคมีเท่างานบ่อบำบัด สิ่งที่ต้องดูคือความลึกของน้ำและแรงกระทำทางกายภาพที่แผ่นจะได้รับ
| ความหนา | เหมาะกับ | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| 0.75 มม. | สระขนาดเล็ก บ่อพักน้ำ ความลึกไม่มาก | ประหยัดงบ แต่ควรระวังการเหยียบย่ำและของมีคม |
| 1.00 มม. | สระและอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรทั่วไป | เป็นความหนาที่ใช้แพร่หลายที่สุดในงานประเภทนี้ |
| 1.50 มม. | อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สระที่มีเครื่องจักรลงไปทำงาน | ทนแรงกระทำทางกายภาพได้ดีกว่ามาก เหมาะกับงานที่ต้องการอายุยาวเป็นพิเศษ |
รายละเอียดของทุกความหนาอ่านเพิ่มได้ที่ คู่มือเลือกความหนาแผ่น HDPE
จุดที่ต้องออกแบบให้ถูกตั้งแต่ขุดสระ
ความชันของตลิ่ง
ตลิ่งที่ชันเกินไปทำให้แผ่นรับแรงดึงสูงและมีโอกาสไถลลง อัตราส่วนที่นิยมใช้อยู่ที่ประมาณ 1:1.5 ถึง 1:2 หมายความว่าทุกความลึก 1 เมตร ตลิ่งจะขยายออกด้านข้าง 1.5 ถึง 2 เมตร นอกจากช่วยให้แผ่นอยู่ตัวแล้ว ยังทำให้คนและสัตว์ที่พลัดตกลงไปมีโอกาสปีนขึ้นมาได้ด้วย
การเตรียมพื้นและชั้นรองพื้น
พื้นสระต้องบดอัดแน่นและเก็บของมีคมออกให้หมด หากดินมีหินปนหรือเป็นดินลูกรัง ควรปูแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) รองใต้แผ่น HDPE เพื่อกันการเจาะทะลุจากด้านล่าง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ลดลง
ทางน้ำเข้าและทางระบายน้ำล้น
ควรออกแบบจุดน้ำเข้าให้มีแผ่นรองรับแรงกระแทกของน้ำ ไม่ให้น้ำตกกระทบแผ่นโดยตรงจนเซาะดินใต้แผ่น และต้องมีทางระบายน้ำล้นที่ออกแบบไว้ เพื่อไม่ให้น้ำล้นข้ามชายแผ่นแล้วเซาะดินหลังแผ่นจนโพรง
การยึดชายแผ่นรอบสระ
ชายแผ่นต้องฝังลงร่องดินรอบสระและกลบอัดให้แน่น เพราะช่วงที่สระยังไม่มีน้ำ ลมสามารถพัดยกแผ่นทั้งผืนขึ้นได้ ซึ่งเป็นความเสียหายที่พบบ่อยที่สุดในงานที่ข้ามขั้นตอนนี้ อ่านรายละเอียดวิธีทำได้ที่ ขั้นตอนติดตั้งและการเชื่อมแผ่น HDPE
การดูแลรักษาหลังใช้งาน
- ตรวจชายแผ่นรอบสระเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังพายุหรือลมแรง ว่ายังฝังดินแน่นอยู่หรือไม่
- อย่าปล่อยให้วัชพืชหรือต้นไม้ขึ้นทะลุบริเวณขอบแผ่น รากสามารถแทงทะลุได้ในระยะยาว
- หลีกเลี่ยงการนำเครื่องจักรหนักลงไปในสระโดยไม่มีแผ่นรองทางวิ่ง
- หากพบรอยรั่ว สามารถปะซ่อมด้วยการเชื่อมแบบอัดเส้นได้ โดยไม่ต้องรื้อทั้งผืน
- ส่วนที่โผล่พ้นน้ำจะเสื่อมเร็วกว่าส่วนที่จมน้ำเสมอ ควรตรวจบริเวณระดับน้ำสูงสุดเป็นพิเศษ
ประเมินงบและปริมาณแผ่นเบื้องต้น
ปริมาณแผ่นที่ต้องใช้จะมากกว่าพื้นที่ปากสระเสมอ เพราะต้องคิดตามความยาวของลาดตลิ่ง บวกระยะซ้อนทับแนวเชื่อม และชายแผ่นสำหรับฝังดินรอบสระ ท่านสามารถประเมินได้เองทันทีด้วย เครื่องคำนวณปริมาณแผ่น HDPE ซึ่งคิดรวมทุกส่วนนี้ไว้แล้ว และดูโครงสร้างราคาทั้งหมดได้ที่ บทความเรื่องราคาแผ่น HDPE
บริษัท เอชดีพีอี เอเชีย จำกัด รับติดตั้งแผ่น HDPE สำหรับสระเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำ และคลองส่งน้ำทั่วประเทศ พร้อมประเมินหน้างานและแนะนำความหนาที่เหมาะสมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อทีมวิศวกรของเรา
คำถามที่พบบ่อย
สระเก็บน้ำเพื่อการเกษตรควรใช้แผ่นหนาเท่าไหร่
งานอ่างเก็บน้ำและสระน้ำเพื่อการเกษตรทั่วไปนิยมใช้ความหนา 1.00 มม. เพราะต้องรับแรงดันน้ำที่ความลึกพอสมควรและมีอายุใช้งานยาว หากเป็นสระขนาดเล็กหรือบ่อพักน้ำที่ไม่ลึกมาก 0.75 มม. ก็เพียงพอ ส่วนสระที่มีการนำเครื่องจักรลงไปทำงานหรือมีสัตว์เลี้ยงลงไปเหยียบ ควรพิจารณา 1.50 มม.
ปูแผ่น HDPE ช่วยลดการสูญเสียน้ำได้จริงแค่ไหน
สระดินสูญเสียน้ำสองทางคือระเหยจากผิวน้ำและซึมลงดิน การปูแผ่นกันซึมตัดการสูญเสียจากการซึมออกไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงการระเหยตามธรรมชาติ ในพื้นที่ดินทรายหรือดินร่วนปนทรายซึ่งซึมเร็ว ผลต่างจะเห็นชัดมากภายในฤดูแล้งแรก
ต้องปูแผ่นใยสังเคราะห์รองใต้แผ่น HDPE ไหม
ขึ้นกับสภาพดิน หากพื้นสระเป็นดินเหนียวหรือดินร่วนที่บดอัดเรียบดีแล้วและไม่มีของมีคม อาจไม่จำเป็น แต่หากเป็นดินลูกรัง มีหินปน หรือมีเศษรากไม้มาก ควรปูแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) รองไว้ เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าความเสี่ยงที่แผ่นจะถูกเจาะทะลุจากด้านล่างมาก
แผ่นที่โดนแดดตลอดเวลาจะเสื่อมเร็วไหม
แผ่น HDPE มาตรฐาน GRI GM13 มีสารป้องกันรังสี UV ผสมอยู่ในเนื้อแผ่นจึงทนแดดได้ดี แต่ส่วนที่จมน้ำจะมีอายุยาวกว่าส่วนที่โผล่พ้นน้ำเสมอ จุดที่เสื่อมเร็วที่สุดคือชายแผ่นบริเวณขอบสระที่โดนทั้งแดดและลม จึงควรฝังดินให้เรียบร้อยและตรวจสภาพเป็นระยะ